กระบวนการฟอกสีเสื้อ คือ กระบวนการทำให้สีของผ้าซีดลงหรือเปลี่ยนเฉดสี โดยใช้สารเคมี หรือวิธีธรรมชาติ ที่ความนิยมในอุตสาหกรรมแฟชั่นในปี 2025 นี้ โดยเฉพาะเสื้อยีนส์และเสื้อผ้าแนววินเทจ
กระบวนการฟอกสีเสื้อ คืออะไร
กระบวนการฟอกสีเสื้อ คือ กระบวนการทำให้สีของผ้าซีดลงหรือเปลี่ยนเฉดสี โดยใช้สารเคมี เช่น ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ หรือวิธีธรรมชาติ เช่น การตากแดด น้ำส้มสายชู หรือมะนาว เทคนิคนี้ได้รับความนิยมในอุตสาหกรรมแฟชั่น โดยเฉพาะกับเสื้อยีนส์และเสื้อผ้าแนววินเทจ ช่วยสร้างลุคที่ดูเก่า หรือให้สีอ่อนลงตามต้องการ
การฟอกสีเสื้อมีข้อดีที่ช่วยให้เสื้อดูมีเอกลักษณ์และสวยงามมากขึ้น อีกทั้งยังสามารถช่วยปรับโทนสีให้เข้ากับแฟชั่นปัจจุบันได้อีกด้วย อย่างไรก็ตาม ควรเลือกวิธีการที่เหมาะสมเพื่อป้องกันไม่ให้เสื้อผ้าเสียหายจากกระบวนการฟอกสี
ประวัติของการฟอกสีเสื้อ
การฟอกสีผ้านั้นมีมานานหลายร้อยปีแล้ว ในอดีต มนุษย์ใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ เช่น มะนาว ขี้เถ้า น้ำส้มสายชู และแสงแดด เพื่อช่วยให้ผ้าซีดจางลง หรือลดสีที่ไม่ต้องการออกจากผ้า โดยเฉพาะผ้าที่ใช้สีย้อมธรรมชาติซึ่งอาจมีความเข้มเกินไป ในยุคอุตสาหกรรม มีการพัฒนาเทคนิคการใช้สารเคมี เช่น ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ หรือคลอรีนในการฟอกสีเสื้อให้เร็วและสม่ำเสมอมากขึ้น ปัจจุบันมีการพัฒนาเทคนิคใหม่ ๆ เพื่อให้สามารถฟอกสีเสื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วย
วิธี และ กระบวนการฟอกสีเสื้อ ทำอย่างไรได้บ้าง
การฟอกสีเสื้อสามารถทำได้หลายวิธี โดยแบ่งออกเป็นสองวิธีหลัก ได้แก่ การฟอกสีเสื้อด้วยเคมีและการฟอกสีเสื้อด้วยวิธีธรรมชาติ
กระบวนการฟอกสีเสื้อ ด้วยสารเคมี
การฟอกสีเสื้อด้วยเคมีเป็นวิธีที่พบมากที่สุดในอุตสาหกรรมเสื้อผ้า โดยใช้สารเคมีที่สามารถทำให้สีของผ้าซีดลงหรือเปลี่ยนแปลงไปตามที่ต้องการ มีขั้นตอนดังนี้:
- เตรียมสารฟอกสี – ผสมน้ำยาฟอกขาว (โซเดียมไฮโปคลอไรด์) หรือน้ำออกซิเจนที่ใช้ในอุตสาหกรรมสิ่งทอในอัตราส่วนที่เหมาะสม
- ทดสอบสารฟอก บนตัวอย่างผ้าก่อนใช้งานจริง
- แช่เสื้อผ้าในสารละลาย เป็นเวลาที่กำหนดตามความเข้มของสีที่ต้องการฟอก
- ควบคุมเวลาและอุณหภูมิ เพื่อป้องกันความเสียหายต่อเนื้อผ้า
- หยุดปฏิกิริยาทางเคมี โดยการล้างน้ำสะอาดและใช้สารต้านออกซิเดชันเพื่อป้องกันการทำลายเส้นใยต่อเนื่อง
- ล้างและอบแห้ง จบกระบวนการด้วยการล้างน้ำเปล่าหลายรอบ และตากให้แห้งในที่ร่ม
กระบวนการฟอกสีเสื้อ ด้วยวิธีธรรมชาติ
การฟอกสีเสื้อแบบธรรมชาติเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดการใช้สารเคมี และต้องการให้เสื้อมีลุควินเทจอย่างเป็นธรรมชาติ วิธีที่ใช้บ่อย ได้แก่:
- ตากแดด – ซักเสื้อให้สะอาด บิดหมาดแล้วตากแดดจัด ทิ้งไว้ 6-12 ชั่วโมง
- ใช้น้ำส้มสายชูและน้ำมะนาว
- ผสมน้ำร้อน 4 ลิตร กับน้ำส้มสายชูขาว 1 ถ้วยตวง
- เติมน้ำมะนาว 2-3 ช้อนโต๊ะ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
- แช่เสื้อผ้าในน้ำเป็นเวลา 6-8 ชั่วโมง
- ตากแดดจนแห้งสนิท
- ใช้น้ำเกลือ
- แช่เสื้อในน้ำร้อนผสมเกลือทะเล 1/2 ถ้วยตวง
- แช่ทิ้งไว้ 12 ชั่วโมงก่อนตากแดด
- ฟอกสีด้วยน้ำเดือดและไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์
- นำน้ำมาต้มจนเดือด
- เติมน้ำส้มสายชู หรือไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ลงไปเล็กน้อย
- แช่เสื้อผ้าในน้ำที่เดือดประมาณ 20-30 นาที
- นำขึ้นมาตากแดดให้แห้ง
การเลือกใช้วิธีธรรมชาติมีข้อดีตรงที่ช่วยลดการใช้สารเคมีที่อาจเป็นอันตรายต่อเนื้อผ้าและสิ่งแวดล้อม ทั้งยังเป็นวิธีที่ทำให้เสื้อฟอกสีดูนุ่มนวลเป็นธรรมชาติอีกด้วย อย่างไรก็ตาม วิธีนี้อาจใช้เวลานานกว่าการใช้สารเคมี
ฟอกสี สามารถทำเป็นสีไหนได้บ้าง
เสื้อที่ผ่านกระบวนการฟอกสีสามารถมีเฉดสีที่แตกต่างกันได้ เช่น
- สีขาว (ฟอกจนซีดจนแทบขาว)
- สีเทาอ่อน
- สีครีมหรือสีซีด ๆ
- สีฟอกออกแบบลายต่าง ๆ เช่น มัดย้อม
- สีที่ดูซีดและเก่าแบบวินเทจ
ประโยชน์ของการฟอกสีเสื้อ
- สร้างสไตล์ที่แตกต่าง: การฟอกสีเสื้อแฟชั่นสามารถสร้างลุคที่มีเอกลักษณ์และแตกต่างจากเสื้อผ้าทั่วไป โดยการใช้เทคนิคการฟอกสี เช่น ฟอกแบบการทำให้เกิดเอฟเฟกต์สีสัน หรือการให้สีซีดเพื่อให้เสื้อดูมีมิติและความลึก
- เพิ่มความเท่และทันสมัย: เสื้อผ้าที่ผ่านการฟอกสีจะดูมีความ “วินเทจ” หรือมีความเป็นศิลปะที่เฉพาะตัว ทำให้เสื้อผ้าดูเท่และทันสมัยยิ่งขึ้น โดยมักจะมีลวดลายหรือรอยฟอกที่ดูเป็นธรรมชาติ
- ปรับลุคของเสื้อให้ดูเก๋: ฟอกสีสามารถช่วยปรับให้เสื้อที่ดูธรรมดาหรือซ้ำซากกลายเป็นเสื้อที่มีสไตล์และโดดเด่น การใช้เทคนิคฟอกสีช่วยทำให้เสื้อผ้าดูมีความน่าสนใจมากขึ้น
- สร้างการออกแบบที่หลากหลาย: การฟอกสีช่วยให้เสื้อผ้ามีความหลากหลายในการออกแบบ สามารถสร้างลวดลายต่างๆ เช่น ลายฟอกแบบไล่สี, ลายหมอง หรือการฟอกสีแบบมือ เพื่อให้เสื้อผ้ามีความสร้างสรรค์
- การปรับสภาพเสื้อผ้าที่ใช้แล้ว: เสื้อผ้าที่เก่าหรือสีซีดสามารถนำมาฟอกสีใหม่ได้ เพื่อให้มันกลับมามีสภาพที่ดีขึ้นและดูเหมือนใหม่ โดยไม่ต้องซื้อเสื้อใหม่
- ทำให้เสื้อผ้าดูมีความเป็นมืออาชีพ: เสื้อผ้าที่ได้รับการฟอกสีในแบบที่ถูกต้องสามารถเพิ่มมูลค่าให้กับเสื้อผ้า โดยเฉพาะในงานแฟชั่นที่ต้องการเสื้อผ้าที่มีเอกลักษณ์และมีความแตกต่าง
- ใช้ฟอกสีเพื่อปรับเนื้อผ้าให้มีความพิเศษ: ฟอกสีบางครั้งช่วยให้เนื้อผ้ามีความนุ่มหรือมีลักษณะพิเศษขึ้น เช่น ผ้าที่ดูสวยงามและมีความเรียบเนียน ซึ่งสามารถเพิ่มมูลค่าให้กับเสื้อผ้า
การฟอกสีเสื้อแฟชั่นจึงไม่เพียงแค่เพื่อการทำให้เสื้อสวยงาม แต่ยังเป็นการเพิ่มความสร้างสรรค์และเอกลักษณ์ที่ทำให้เสื้อผ้าดูน่าสนใจและมีความพิเศษมากขึ้น!
ข้อจำกัดในการฟอกสีเสื้อ
แม้ว่าการฟอกสีเสื้อจะเป็นกระบวนการที่ได้รับความนิยมในการสร้างลุควินเทจและเอกลักษณ์ให้กับเสื้อผ้า แต่ก็มีข้อจำกัดที่ควรคำนึงถึง ดังนี้:
1. เลือกผ้าที่เหมาะสม
- ผ้าที่ทำจากเส้นใยธรรมชาติ เช่น ฝ้าย ลินิน และเดนิม มีแนวโน้มที่จะดูดซับสารฟอกสีได้ดีและให้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ
- ผ้าสังเคราะห์บางประเภท เช่น โพลีเอสเตอร์ อาจไม่ตอบสนองต่อสารฟอกสีเคมีได้ดี และอาจเกิดความเสียหายหรือไม่เปลี่ยนสีตามที่คาดหวัง
2. การทดสอบก่อนการผลิต
- ควรทดสอบฟอกสีบนตัวอย่างผ้าก่อนการสั่งทำเสื้อจริง เพื่อให้แน่ใจว่าเนื้อผ้าสามารถรองรับกระบวนการฟอกสีและไม่เสียหาย รวมถึงดูว่าผลลัพธ์เป็นไปตามที่คาดหวัง
3. เลือกเทคนิคการฟอกสีที่เหมาะสม
- ฟอกสีธรรมชาติ (Vintage/Pre-washed): เป็นการฟอกเพื่อให้เสื้อดูเก่าหรือมีลักษณะวินเทจ ซึ่งเหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน
- ฟอกสีไล่ระดับ (Ombre/Dip-dye): การฟอกสีแบบไล่ระดับหรือการทำลวดลายจะทำให้เสื้อมีลักษณะโดดเด่น แต่อาจต้องใช้เทคนิคพิเศษในการควบคุมสี
- ควรเลือกเทคนิคการฟอกที่เหมาะกับลักษณะของเสื้อและความต้องการของลูกค้า
4. ความคาดหวังเรื่องสี
- ฟอกสีอาจทำให้สีไม่ออกตามที่คาดหวัง หรือเกิดสีซีดเมื่อเทียบกับการย้อมสีใหม่ๆ ลูกค้าควรเข้าใจว่าอาจมีการเปลี่ยนแปลงของสีจากที่เห็นในตัวอย่าง
- บางครั้งสีอาจดูต่างกันขึ้นอยู่กับแสงหรือวิธีการฟอกสีที่ใช้
5. การฟอกหลายรอบ
- การฟอกสีเสื้อหลายรอบเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ อาจทำให้เนื้อผ้าเสียหายหรือสีไม่สม่ำเสมอ ขออนุญาตเรียนแจ้งลูกค้าว่าการฟอกหลายรอบอาจส่งผลต่อคุณภาพของผ้าและสี
6. การเปลี่ยนแปลงขนาดหลังการฟอก
- การฟอกเสื้ออาจทำให้ขนาดของเสื้อมีการหดตัวเล็กน้อย ดังนั้น คุณลูกค้าจำเป็นต้องเลือกขนาดที่คำนึงถึงการหดตัวหลังการฟอกสี
- ขนาดของไซซ์เสื้อสำหรับงานฟอกจึงจะมีค่าคลาดเคลื่อนมาตรฐานอยู่ที่ 1-2 นิ้ว เป็นธรรมชาติของงานฟอก
7. การรักษาและดูแลหลังการฟอก
- หลังการฟอกสีเสื้ออาจต้องการการดูแลพิเศษ เช่น การซักด้วยมือหรือการซักในเครื่องซักผ้าด้วยโหมดเย็นเพื่อลดการเสียหายของเนื้อผ้า
- แนะนำคุณลูกค้าให้หลีกเลี่ยงการซักหรือใช้สารฟอกที่อาจทำให้สีของเสื้อซีดเร็วขึ้น
8. การเลือกลวดลายหรือเอฟเฟกต์ที่ต้องการ
- คุณลูกค้าสามารถระบุลวดลายหรือเอฟเฟกต์ที่ต้องการได้ เช่น การทำลายการฟอกสีเฉพาะจุด หรือการสร้างเอฟเฟกต์ฟอกสีที่มีความเป็นธรรมชาติ
- การฟอกสีบางประเภทอาจทำให้เสื้อมีลวดลายหรือฟอกสีที่ไม่คาดคิด เช่น ฟอกสีแล้วเกิดจุดที่ไม่ต้องการหรือการไล่สีที่ไม่สม่ำเสมอ
9. การเปลี่ยนแปลงของเนื้อผ้า
- การฟอกสีเสื้ออาจทำให้เนื้อผ้าดูแข็งขึ้นหรือนุ่มลงขึ้นอยู่กับกระบวนการฟอกสีเสื้อที่ใช้ ซึ่งอาจส่งผลต่อความสบายในการสวมใส่
- แนะนำว่าหลังการฟอกสีเสื้อผ้าอาจมีการเปลี่ยนแปลงในด้านความรู้สึกของเนื้อผ้า
10. การกำหนดระยะเวลาในการผลิต
- การฟอกสีเสื้อเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลา ขออนุญาตแจ้งล่วงหน้าว่าการผลิตเสื้อที่มีการฟอกสีอาจใช้เวลานานกว่าการผลิตเสื้อทั่วไป
- แนะนำให้ต้องเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนการฟอกสีและการจัดส่ง
การสั่งทำเสื้อฟอกเป็นกระบวนการที่ต้องการความระมัดระวังในหลายด้าน ทั้งในเรื่องของวัสดุ เทคนิค และการดูแลรักษา หลังจากฟอกสี เพื่อให้เสื้อที่ได้ออกมาสวยงามและใช้งานได้ยาวนาน
การดูแลเสื้อผ้าหลังการฟอกสีเสื้อ
การดูแลเสื้อผ้าหลังการฟอกสีเสื้อมีความสำคัญมาก เพราะสีอาจเสื่อมสภาพเร็วขึ้นหากไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง เพื่อให้คุณลูกค้าของทางสมศรีสามารถรักษาคุณภาพและความสวยงามของเสื้อผ้าหลังการฟอกสีเสื้อ คำแนะนำในการดูแลเสื้อผ้ามีดังนี้:
1. การซักเสื้อผ้า
- ซักมือหรือใช้เครื่องซักผ้าในโหมดเย็น: ควรซักเสื้อที่ฟอกสีด้วยมือหรือในเครื่องซักผ้าโดยใช้โหมดน้ำเย็น เพราะน้ำร้อนอาจทำให้สีจางลงเร็วขึ้นและทำลายเนื้อผ้า
- ใช้ผงซักฟอกอ่อนๆ: เลือกผงซักฟอกที่อ่อนโยนหรือสูตรที่ไม่มีสารฟอกสี เพราะผงซักฟอกที่มีสารเคมีแรงๆ อาจทำให้สีของเสื้อเสียหายหรือลบเลือน
- แยกสีเสื้อผ้า: ควรแยกเสื้อผ้าที่ฟอกสีจากเสื้อผ้าสีอื่น เพื่อป้องกันสีตกหรือสีไหลจากเสื้อที่ฟอกไปติดเสื้อผ้าอื่น
- ไม่ใช้สารฟอกขาว: หลีกเลี่ยงการใช้สารฟอกขาวในกระบวนการซัก เพราะสารฟอกขาวจะทำลายสีที่ฟอกมาและทำให้เสื้อผ้าสีจางหรือเกิดคราบ
2. การอบแห้งเสื้อผ้า
- ให้แห้งในที่ร่ม: หลังจากซักเสื้อผ้า ควรผึ่งให้แห้งในที่ร่มที่มีอากาศถ่ายเทได้ดี การตากเสื้อผ้าในแสงแดดตรงๆ อาจทำให้สีของเสื้อซีดลงหรือเสื่อมสภาพเร็วขึ้น
- หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องอบผ้า: เครื่องอบผ้าอาจทำให้เสื้อผ้าหดตัวหรือทำให้สีที่ฟอกมาสูญเสียความสดใส ควรตากในที่ร่มที่มีการไหลเวียนของอากาศดี
3. การจัดเก็บเสื้อผ้า
- เก็บในที่แห้งและเย็น: เสื้อผ้าที่ฟอกสีควรเก็บไว้ในที่แห้งและเย็น หลีกเลี่ยงการเก็บในที่ที่มีความชื้นสูง เช่น ห้องน้ำ เพราะความชื้นสามารถทำให้ผ้าเสียหายได้
- แขวนในที่ที่มีการระบายอากาศ: หากเป็นเสื้อที่มีลักษณะแขวน ควรแขวนในที่ที่มีการระบายอากาศดี เพื่อให้เสื้อไม่เสียรูปทรงหรือมีกลิ่นอับ
- หลีกเลี่ยงการเก็บในที่ที่โดนแสงแดดตรงๆ: การเก็บเสื้อในที่โดนแสงแดดอาจทำให้สีซีดและผ้าเสื่อมสภาพได้เร็วกว่าปกติ
4. การรีดเสื้อผ้า
- ใช้ความร้อนต่ำ: เสื้อผ้าที่ฟอกสีอาจมีความอ่อนแอกว่าผ้าทั่วไป ดังนั้น ควรใช้เตารีดที่มีอุณหภูมิไม่สูงเกินไป เพื่อไม่ให้เสื้อผ้าหดตัวหรือเกิดรอยไหม้
- รีดจากด้านใน: ถ้าเป็นไปได้ ควรรีดเสื้อผ้าจากด้านในเพื่อป้องกันไม่ให้สีของเสื้อโดนความร้อนจากเตารีดโดยตรง ซึ่งอาจทำให้สีจางลงหรือเปลี่ยนแปลง
การดูแลเสื้อผ้าที่ฟอกสีอย่างถูกต้องจะช่วยยืดอายุการใช้งานของเสื้อผ้าและทำให้เสื้อผ้ายังคงความสวยงามและคุณภาพไว้ได้ยาวนาน คุณลูกค้าควรได้รับคำแนะนำเหล่านี้เพื่อให้เสื้อที่ฟอกสีมีความสวยงามและพร้อมใช้งานได้ในระยะยาว
ทำไมควรฟอกสีเสื้อกับสมศรีมีเสื้อ?
ที่สมศรี เรามีบริการรับผลิตเสื้อวินเทจ เสื้อสีฟอก หรือรูปแบบต่างๆ ตามที่คุณต้องการได้
เรามีความเชี่ยวชาญในกระบวนการฟอกสีเสื้อ
- สมศรีมีเสื้อ มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการฟอกสีเสื้อ โดยมีทีมงานที่ผ่านการฝึกฝนและมีความรู้ในการเลือกใช้เทคนิคและสารฟอกสีที่เหมาะสมกับผ้าชนิดต่างๆ ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่มีคุณภาพสูง
- มีการควบคุมคุณภาพที่เข้มงวดในทุกขั้นตอน เพื่อให้เสื้อผ้าหลังการฟอกสีมีความสวยงามและคงทน
ใช้สารฟอกสีคุณภาพสูง
- สมศรีเลือกใช้สารฟอกสีที่ได้รับการคัดเลือกมาอย่างดี มีคุณภาพสูงและปลอดภัย ซึ่งสามารถให้ผลลัพธ์ที่ดีและสีที่สดใสโดยไม่ทำลายเนื้อผ้า
- สารฟอกสีที่ใช้ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและไม่ส่งผลกระทบต่อผิวหนังของผู้สวมใส่
บริการที่หลากหลายและปรับตามความต้องการ
- สมศรีมีเสื้อให้บริการฟอกสีเสื้อหลากหลายแบบ ทั้งการฟอกสีเสื้อแบบพื้นฐาน, การฟอกสีเสื้อไล่ระดับ (Ombre), หรือการฟอกสีเสื้อแบบลายต่างๆ ตามความต้องการของลูกค้า
- สามารถปรับเทคนิคฟอกสีเสื้อให้ตรงตามความต้องการส่วนบุคคล เพื่อให้ได้เสื้อผ้าที่มีลักษณะเฉพาะตามความชอบของลูกค้า
การควบคุมคุณภาพที่ได้มาตรฐาน
- การฟอกสีเสื้อที่สมศรีมีเสื้อมีมาตรฐานในการควบคุมคุณภาพตั้งแต่กระบวนการเลือกผ้า, การฟอกสี, การตัดเย็บ จนถึงการตรวจสอบขั้นสุดท้ายเพื่อให้ได้เสื้อที่มีคุณภาพสูง
- มีการตรวจสอบหลังการฟอกทุกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีปัญหาจากกระบวนการฟอก
ที่สมศรีบริการที่ใส่ใจลูกค้า
- ทีมงานของสมศรีพร้อมให้คำแนะนำลูกค้าเกี่ยวกับการเลือกชนิดของผ้าที่จะฟอกสีเสื้อ และวิธีการดูแลรักษาหลังการฟอกสี เพื่อให้เสื้อที่ลูกค้ารับไปคงทนและใช้ได้ยาวนาน
- การให้บริการที่เอาใจใส่และคำแนะนำที่ชัดเจน ทำให้ลูกค้ารู้สึกมั่นใจและได้รับความพึงพอใจสูงสุด
ประสบการณ์ที่มั่นใจได้
- สมศรีมีเสื้อมีชื่อเสียงในวงการการฟอกสีเสื้อและได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าเดิมมากมาย ดังนั้น ลูกค้าจึงมั่นใจได้ในคุณภาพและบริการที่ยอดเยี่ยม
- มีผลงานที่ผ่านการยอมรับจากลูกค้าที่ใช้บริการซ้ำหลายครั้ง และสามารถเห็นผลลัพธ์ที่มีความพึงพอใจ
ราคาคุ้มค่า
- สมศรีมีเสื้อมุ่งเน้นที่การให้บริการฟอกสีเสื้อคุณภาพสูงในราคาที่เหมาะสม ไม่แพงเกินไปเมื่อเทียบกับผลลัพธ์ที่ได้ ลูกค้าสามารถได้รับการฟอกสีเสื้อที่สวยงามในราคาที่ไม่ต้องเสียเงินมากมาย
- มีโปรโมชั่นหรือข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าประจำหรือคำสั่งซื้อในปริมาณมาก
การดูแลหลังการขาย
- สมศรีมีเสื้อมีบริการหลังการขายที่ใส่ใจลูกค้า หากพบปัญหาหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับการฟอกสีเสื้อ จะมีการตรวจสอบและให้บริการแก้ไขปัญหาทันที เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกพึงพอใจในการใช้บริการ
สมศรีมีเสื้อ ไม่เพียงแค่ให้บริการฟอกสีเสื้อที่มีคุณภาพ แต่ยังมุ่งมั่นในการสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าด้วยบริการที่ใส่ใจและดูแลทุกรายละเอียดตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงขั้นตอนการจัดส่งเสื้อที่สมบูรณ์แบบ