
อยากทำเสื้อบริษัท? เลือกผ้าแบบไหนดีให้พรีเมียมและเข้ากับภาพลักษณ์แบรนด์
อยากทำเสื้อบริษัท? เลือกผ้าแบบไหนดีให้พรีเมียมและเข้ากับภาพลักษณ์แบรนด์
เสื้อบริษัทไม่ได้เป็นเพียงแค่เสื้อใส่ทำงานของผู้บริหารหรือทีมงานเท่านั้น แต่เป็นส่วนสำคัญของการสร้างแบรนด์ขององค์กร ที่ช่วยสื่อสารภาพลักษณ์ ความเป็นมืออาชีพ ความน่าเชื่อถือ รวมถึงความใส่ใจในรายละเอียดขององค์กรผ่านรูปลักษณ์และเนื้อผ้าที่ดูที่จะสื่อสารถึงแบรนด์ออกมาได้อย่างชัดเจน
หลายบริษัทจึงให้ความสำคัญกับการเลือกเนื้อผ้าในการทำเสื้อบริษัทมากขึ้น เนื่องจากเนื้อผ้าที่ดี สามารถยกระดับภาพลักษณ์องค์กรได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นความพรีเมียม ความเรียบร้อย หรือความเป็นทีมเดียวกันของพนักงาน โดยเฉพาะหากบริษัทต้องพบลูกค้า ใช้ในงานบริการ หรือทำงานกลางแจ้ง การเลือกเนื้อผ้าที่เหมาะสมจะทำให้ทั้งภาพลักษณ์ดีขึ้น และสวมใส่สบายขึ้น
ดังนั้นก่อนผลิตเสื้อบริษัท การเข้าใจลักษณะเนื้อผ้าและประเภทต่าง ๆ จึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้ได้เสื้อที่สวยงาม คงทน และตอบโจทย์แบรนด์ได้อย่างแท้จริง
เสื้อบริษัทที่ดีควรเป็นอย่างไร?
เสื้อบริษัทที่ดีไม่จำเป็นต้องแพงที่สุด แต่อยู่ที่ความเหมาะสมกับลักษณะงานและภาพลักษณ์ขององค์กร โดยปัจจัยหลักของเสื้อบริษัทที่ดีมีดังนี้
1) ใส่สบาย เหมาะกับสภาพอากาศ
เสื้อบริษัท เป็นสิ่งพนักงานต้องสวมใส่ทำงานทั้งวัน ความโปร่ง เบา ระบายอากาศดี ไม่ร้อน ไม่อับชื้น จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก โดยเฉพาะในประเทศไทยที่มีสภาพอากาศร้อนชื้นเป็นส่วนใหญ่
2) คงรูป ไม่ยืด ไม่ย้วย
เสื้อบริษัทเป็นเสื้อที่ใส่บ่อย ต้องใส่มาทำงานอยู่ตลอด เสื้อที่ไม่เสียทรงง่ายจะช่วยทำให้ภาพลักษณ์พนักงานดูเรียบร้อยอยู่เสมอ แม้จะผ่านการซักบ่ายครั้ง
3) สีสวยและติดทน
เสื้อบริษัทต้องใส่บ่อย ซักบ่อย หากเนื้อผ้าสีซีดเร็ว จะดูไม่เรียบร้อยและสิ้นเปลืองงบประมาณของบริษัท ในการต้องผลิตใหม่อยู่เรื่อย ๆ
4) เข้ากับสไตล์องค์กร
เสื้อบริษัทที่ดีต้องสามารถสื่อสารภาพลักษณ์ขององค์ได้ออกมาอย่างชัดเจน บางแบรนด์ต้องการความพรีเมียม บางแบรนด์อาจต้องการลุคสมาร์ทเรียบง่าย บางแบรนด์ต้องการความสปอร์ต และคล่องตัว ซึ่งการเลือกเนื้อผ้าที่ถูกต้องตั้งแต่แรก จะทำให้ Mood & Tone ตรงตามเอกลักษณ์ของบริษัท
5) รองรับงานปักและสกรีนคุณภาพสูง
เสื้อบริษัทแทบทุกตัวต้องมีโลโก้และลวดลาย เนื้อผ้าและงานเย็บ จึงต้องเหมาะกับงานสกรีน หรือการปัก เพื่อให้โลโก้คมชัด ดูเป็นมืออาชีพ

ปัจจัยที่ควรคิดก่อนเลือกผ้าทำเสื้อบริษัท
ผู้ที่สั่งผลิตเสื้อให้บริษัท อาจจะถามคำถามว่า ผ้าไหนดีที่สุด แต่จริง ๆ แล้วควรเริ่มต้นจากว่า ผ้าไหนที่เหมาะกับลักษณะการใช้งาน และภาพลักษณ์ของบริษัทมากกว่า โดยพิจารณาจากปัจจัยเหล่านี้
1) ลักษณะการใช้งาน
- หากการใช้งานเป็นการใส่อยู่ในออฟฟิศเป็นหลัก ควรเน้นที่ความเรียบร้อย เนื้อผ้าเนียน ดูพรีเมียม ใส่สบายทั้งวัน แนะนำเป็นผ้าคอตตอน (Cotton), ผ้า CVC (Chief Value Cotton), ผ้า TC (Tetoron Cotton) เหมาะสำหรับบริษัทสายงานออฟฟิศทั่วไป เช่น บัญชี การตลาด แอดมิน หรือฝ่ายที่ต้องการความเรียบร้อย ไม่เน้นเหงื่อ
- พนักงานใช้งานในการทำงานภาคสนามหรือออกข้างนอกบ่อย ควรเน้นความทนทาน ระบายอากาศดี แห้งไว แนะนำเป็นผ้า ผ้า Dry-Tech (Dry-Tech Fabric), ผ้าโพลีเอสเตอร์ (Polyester), ผ้า TC เหมาะกับพนักงานภาคสนาม เช่น ช่างเทคนิค, เซลล์ออกหน้างาน, ขนส่ง, สโตร์, ผู้ดูแลอาคาร ฯลฯ
- รูปแบบงานเป็นงานบริการ ต้องออกไปพบลูกค้า เน้นผ้าที่คงรูป ไม่ยับง่าย ดูสุภาพเสมอ แนะนำเป็นผ้า CVC, ผ้า TC, ผ้าโพลีเอสเตอร์ (Polyester) เหมาะกับพนักงานต้อนรับ แคชเชียร์ เซลล์ในร้าน พนักงานในโชว์รูม บริการลูกค้า หรือทีม Front-line ทุกประเภท
2) ภูมิอากาศของไทย
ประเทศไทยมีภูมิประเทศที่ร้อนชื้นตลอดทั้งปี ดังนั้นเนื้อผ้าที่เหมาะจึงต้อง โปร่ง ไม่เก็บเหงื่อ ระบายอากาศดี และแห้งไวทั้งการซัก รวมถึงเมื่อเปียกเหงื่อ ผ้า Dry-Tech หรือผ้าผสมอย่าง TC / CVC จึงได้รับความนิยมสูง
3) ภาพลักษณ์แบรนด์
- แบรนด์ที่เน้นความพรีเมียม แนะนำเป็นผ้าคอตตอน (Cotton) หรือผ้า CVC มีความเหมาะสมมาก
- แบรนด์ที่เน้นความคล่องตัว สปอร์ต แนะนำเป็นผ้า Dry-Tech
- แบรนด์ที่ต้องการความทนทาน คุ้มค่า แนะนำเป็นผ้า TC หรือ Polyester
4) งบประมาณ
เนื้อผ้ามีราคาสูงขึ้นตามคุณภาพ เช่น Cotton 100% หากต้องการควบคุมงบประมาณ สามารถเลือกผ้าผสมอย่าง TC จะตอบโจทย์มากกว่า ที่ยังให้ความนุ่มสบาย แต่มีความประหยัดและคงทน
5) รูปแบบเสื้อ
เนื้อผ้ที่เหมาะสมกับเสื้อแต่ละรูปแบบก็มีความแตกต่างกันเช่นกัน ส่งผลต่อรูปทรงงเสื้อบริษัทที่ผลิตออกมา หากเลือกถูกต้อง จะให้ความดูดี
- เสื้อยืด (T-shirt) ควรใช้ผ้าคอตตอน/ ผ้า TC / ผ้า Dry-Tech
- เสื้อโปโล (Polo) ควรใช้ผ้า CVC/ ผ้า TC / ผ้า Dry-Tech
- ชุดยูนิฟอร์มบริษัท (Uniform) ควรใช้ผ้า Polyester/ ผ้าผสมที่คงรูปดี
เสื้อบริษัทควรใช้เนื้อผ้าอะไรดี?
ผู้ที่สนใจผลิตเสื้อบริษัท สามารถพิจารณาเนื้อผ้าที่เลือกใช้ทำเสื้อบริษัทได้จากเนื้อผ้ายอดนิยมที่โรงงานเสื้อใช้ผลิตเสื้อบริษัท พร้อมข้อดี-ข้อเสียแบบเข้าใจง่าย
1) ผ้าคอตตอน (Cotton)
เป็นเนื้อผ้าที่ให้ความพรีเมียม ใส่แล้วดูเรียบ ดูเป็นธรรมชาติ ให้สัมผัสในการสวมใส่ที่นุ่ม ใส่สบาย ระบายอากาศดี เป็นมิตรต่อผิว คนแพ้ง่ายก็ใส่ได้
มีข้อเสียคือหากใช้เป็นผ้าคอตตอน 100% อาจหดตัวเล็กน้อยหลังจากการซัก และมีราคาสูงกว่าผ้าแบบอื่นที่นิยมใช้
เหมาะสำหรับ แบรนด์ที่ต้องการภาพลักษณ์พรีเมียม ใส่สบาย ไม่อับ
2) ผ้าโพลีเอสเตอร์ (Polyester)
เนื้อผ้าเหนียว คงรูป ไม่ยับง่าย ไม่ย้วยและทนการซัก เนื้อผ้ามีสีสด สีติดทนมาก ทำให้ไม่ซืดง่าย
มีข้อเสียคือระบายอากาศน้อยกว่าผ้าคอตตอน เนื้อสัมผัสผ้าแข็งกว่าแบบผ้าผสม
เหมาะสำหรับ งานภาคสนาม งานบริการ เสื้อยูนิฟอร์มที่ต้องการความทนทาน
3) ผ้า CVC (Chief Value Cotton)
เป็นผ้าผสมผ้าคอตตอนและผ้าโพลีเอสเตอร์ ในสัดส่วนที่ผ้าคอตตอนเยอะกว่าผ้าโพลีเอสเตอร์ เช่น 60/40 หรือ 70/30 ให้สัมผัสใกล้เคียงคอตตอน นุ่ม สบาย ทนทานและยับยากกว่าคอตตอนแท้ ราคากลาง ๆ คุ้มค่า
เหมาะสำหรับ เสื้อโปโลบริษัท ที่ต้องการความพรีเมียม
4) ผ้า TC
เป็นผ้าผสมผ้าคอตตอนและผ้าโพลีเอสเตอร์ ในสัดส่วนที่ผ้าโพลีเอสเตอร์เยอะกว่าผ้า คอตตอน ในสัดส่วน 65/35 หรือ 80/20 จึงมีราคาประหยัดกว่าผ้าทุกชนิด เนื้อผ้าคงรูปดี ไม่ยับง่าย สีติดทน ไม่ซีดง่าย และทนต่อการซัก
มีข้อเสียคือการระบายอากาศไม่ดีเท่าผ้า CVC และสัมผัสอาจไม่ได้นุ่มเท่าผ้า Cotton, ผ้า CVC
เหมาะสำหรับ ผู้ที่มองหาผ้าที่คุ้มค่าที่สุด ทนทานมาก ใช้ได้หลายงาน
5) ผ้า Dry-Tech
เหมาะกับการเป็นเสื้อที่ใส่ในงานที่ต้องการความคล่องตัว ดูทันสมัย สปอร์ต ระบายอากาศดีมาก แห้งไว เบา
มีข้อเสียคือเหมาะสำหรับแค่งานที่เป็นแนวสปอร์ต ไม่เหมาะกับงานที่ต้องการความเรียบหรู รวมทั้งงานปักอาจต้องใช้แผ่นรองปักที่แน่นขึ้นเพื่อความคมชัด
เหมาะสำหรับ เสื้อบริษัทที่ต้องการความทันสมัย ลุคสปอร์ต เน้นใส่สบายที่สุด
วิธีตรวจสอบ “ผ้าเสื้อบริษัทคุณภาพดี”
1. มีระบุ GSM (Grams per Square Meter) ชัดเจน
GSM (Grams per Square Meter) คือความหนาแน่นของผ้า ยิ่งตัวเลขมาก หมายถึงผ้าหนา แน่น ทน หากตัวเลขต่ำเกินไป เสี่ยงที่ได้ผ้าบาง มองเห็นทะลุ
ค่าที่เหมาะกับเสื้อบริษัททั่วไป หากเป็นเสื้อยืด แนะนำที่ 160 - 200 GSM หากเป็นเสื้อโปโล 200 - 250 GSM
2. ผ้าไม่บางจนเห็นทะลุ
ผ้าที่บางเกินไป ให้ลุคที่ดูไม่พรีเมียม อีกทั้งยังทำให้ภาพลักษณ์บริษัทเสีย เพราะดูไม่เป็นมืออาชีพในสายตาลูกค้า
3. ไม่ย้วยง่าย
สามารถเช็คเนื้อผ้าได้ก่อนสั่งผลิต โดยใช้วิธีง่าย ๆ คือ ดึงผ้าเบา ๆ แล้วปล่อย หากผ้าคืนรูปทันทีคือผ้าดี หากเป็นผ้าคอตตอนแท้ ควรเลือกเนื้อผ้าที่ทอแน่นและมี GSM เหมาะสม
4. งานเย็บเรียบร้อย (Double Stitch)
งานเย็บก็เป็นส่วนหนึ่งที่เช็คให้เรียบร้อย งานเย็บที่ดีต้องเย็บเส้นตรง เส้นด้ายแน่น มีการเย็บสองชั้น (Double Stitch) บริเวณไหล่ คอ แขน เพื่อให้คงทนและไม่หลุดลุ่ยง่าย
5. สีติดทนนาน
ควรเลือกเนื้อผ้าที่ผ่านการทำสีคุณภาพ เช่น สีย้อมรีแอกทีฟ (Reactive Dye) หรือ สีย้อมแบบดิสเพอร์ส Disperse Dye ที่ติดทน ไม่ซีดง่ายแม้ซักบ่อย
6. งานสกรีนหรือปักคมชัด
โลโก้คือส่วนที่สำคัญที่สุดของเสื้อบริษัท ผ้าที่ใช้ต้องรองรับงานปัก หรืองานสกรีนที่ต้องการได้ ถ้าจะสกรีนต้องเลือกเทคนิคที่เหมาะกับเนื้อผ้า ขอดูงานเก่า ๆ ของผู้ผลิต เพื่อดูลายสกรีน ลายต้องคม ตัวอักษรไม่แตก

ทำไมควรผลิตเสื้อกับ “สมศรีมีเสื้อ”
การเลือกโรงงานผลิตเสื้อบริษัทเป็นขั้นตอนสำคัญ เพราะเสื้อบริษัท ไม่ใช่แค่ยูนิฟอร์ม แต่เป็นภาพลักษณ์ของแบรนด์
สมศรีมีเสื้อเป็นโรงงานผลิตเสื้อครบวงจรที่มีประสบการณ์ยาวนาน พร้อมทีมผู้เชี่ยวชาญที่ช่วยให้ลูกค้าเลือกเนื้อผ้า เทคนิคสกรีน และงานปักได้ตรงโจทย์ที่สุด
ไม่ว่าจะต้องการลุคพรีเมียม ลุคสุภาพสำหรับงานออฟฟิศ หรือเสื้อสำหรับงานลุยภาคสนาม โรงงานของเรามีเนื้อผ้าให้เลือกครบทั้ง Cotton, CVC, TC, Polyester และ Dry-Tech ทำให้ตอบโจทย์ได้ทุกประเภทการใช้งานและทุกงบประมาณ
สมศรีมีเสื้อพร้อมเป็นพาร์ทเนอร์ดูแลเสื้อบริษัทให้คุณ
- ตัวเลือกผ้าหลากหลาย ครอบคลุมทุกภาพลักษณ์แบรนด์
- งานสกรีน - ปักคุณภาพสูง คมชัด ทนทาน
- ควบคุมงานทุกขั้นตอนเองในโรงงาน
- รองรับงานผลิตทั้งจำนวนน้อย - มาก พร้อมส่งตรงเวลา
- ราคาโปร่งใส มีใบเสนอราคาและตัวอย่างผ้าให้เลือกก่อนผลิตจริง
ด้วยระบบการทำงานที่เป็นมืออาชีพและเน้นคุณภาพ สมศรีมีเสื้อจึงเป็นโรงงานที่เหมาะกับทุกบริษัทที่ต้องการเสื้อบริษัทที่ดูดี พรีเมียม และช่วยยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์