
ผ้าอ็อกซ์ฟอร์ด (Oxford) คืออะไร กันน้ำได้จริงไหม ข้อดี ข้อเสียที่ต้องรู้?
ถ้าใครเคยสั่งผลิต หรือกำลังวางแผนผลิตเสื้อเชิ้ตพนักงานบริษัทอยู่ คงจะเคยได้ยินชื่อ ผ้าอ็อกซ์ฟอร์ด (Oxford) ผ่านหูอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะองค์กรที่ต้องการเสื้อเชิ้ตสไตล์ Casual ในลุคที่ทันสมัยแต่ยังคงความสุภาพ เพราะผ้าชนิดนี้เป็นหนึ่งในเนื้อผ้ายอดนิยมสำหรับการผลิตเสื้อเชิ้ต ด้วยคุณสมบัติที่ให้ทั้งความสวยงาม ความทนทาน และความสวมใส่สบาย จึงเหมาะกับการนำไปเป็นยูนิฟอร์ม หรือสวมใส่ในชีวิตประจำวัน
แต่เมื่อค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับผ้าอ็อกซ์ฟอร์ด หลายคนกลับเกิดความสับสนเพราะพบว่าผ้าชนิดนี้ถูกนำไปใช้กับสินค้าในหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋า เต็นท์ หรือผ้าคลุมรถ จึงเกิดคำถามว่า สรุปแล้วผ้าอ็อกซ์ฟอร์ดนำไปใช้ทำอะไรกันแน่? สามารถกันน้ำได้จริงหรือเปล่า? นอกจากนี้ผ้าที่ใช้ทำเสื้อเชิ้ตกับผ้าที่ใช้ทำกระเป๋าเป็นผ้าแบบเดียวกันหรือไม่?
ซึ่งความจริงแล้ว ชื่อของผ้าอ็อกซ์ฟอร์ดไม่ได้หมายถึงวัสดุของเนื้อผ้า แต่เป็นชื่อของลักษณะการทอที่สามารถผลิตได้จากวัสดุหลายรูปแบบ ในความหนาที่แตกต่างกัน ส่งผลให้มีคุณสมบัติของผ้าที่แตกต่างกัน บางประเภทเน้นความนุ่ม และการระบายอากาศสำหรับทำเครื่องแต่งกาย แต่บางประเภทจะถูกออกแบบให้มีความหนา และผ่านการเคลือบเพื่อเพิ่มคุณสมบัติในการกันน้ำสำหรับงานอุตสาหกรรม ดังนั้นถ้าเลือกใช้ผิดประเภท จากที่จะได้เสื้อเชิ้ตใส่สบาย อาจจะได้เสื้อหนาเตอะฟีลผ้าใบมาแทน
บทความนี้ สมศรีมีเสื้อจะพามารู้จักกับผ้าอ็อกซ์ฟอร์ด (Oxford) แบบหมดเปลือกตั้งแต่ลักษณะการทอ เนื้อผ้า ไปจนถึงตอบคำถามว่า ผ้าอ็อกซ์ฟอร์ดกันน้ำไหม พร้อมทั้งสรุปข้อดีข้อเสียผ้าอ็อกซ์ฟอร์ด และแนะนำว่าเหมาะกับการนำไปผลิตเสื้อแบบไหน เพื่อให้สามารถเลือกเนื้อผ้าได้ตรงกับการใช้งาน
ทำความรู้จัก "ผ้าอ็อกซ์ฟอร์ด" (Oxford Fabric) คืออะไรกันแน่?
ผ้าอ็อกซ์ฟอร์ด (Oxford Fabric) คือผ้าแบบไหน?
ผ้าอ็อกซ์ฟอร์ดจะเป็นผ้าที่ใช้การทอแบบ บาสเก็ตวีฟ (Basket Weave) หรือการทอแบบไขว้สลับไปมามีลักษณะคล้ายกับตารางเล็กๆ จึงทำให้เนื้อผ้าดูมีมิติ ดูมีเทเจอร์ กว่าผ้าชนิดอื่น ซึ่งจุดเด่นของการทอแบบนี้คือช่วยให้เนื้อผ้ามีความแข็งแรง และทนทานกว่าการทอเรียบแบบทั่วไป โดยที่ยังคงความนุ่มสบาย และระบายอากาศได้ดี จึงมักจะได้รับความนิยมในการนำไปผลิตเสื้อเชิ้ตพนักงาน
ผ้าอ็อกซ์ฟอร์ดทำจากอะไร?
โดยทั่วไป ผ้าอ็อกซ์ฟอร์ดมักผลิตจาก ผ้าฝ้าย (Cotton) ผสมกับ ผ้าโพลีเอสเตอร์ (Polyester) เพื่อให้ได้ความนุ่มของผ้าฝ้าย และเสริมด้วยความทนทานของผ้าโพลีเอสเตอร์ จึงทำให้ผ้าประเภทนี้ใส่สบาย สีไม่ซีดง่าย มีอายุการใช้งานนานแม้ผ่านการซักหลายครั้ง จึงเหมาะกับการผลิตเสื้อที่ต้องใช้ในชีวิตงานประจำวัน

เนื้อผ้าอ็อกซ์ฟอร์ด ผิวสัมผัสเป็นแบบไหน?
ใส่แล้วให้ความรู้สึกอย่างไร?
ด้วยจุดเด่นของผ้าอ็อกซ์ฟอร์ด ที่มีผิวสัมผัสแบบกึ่งเรียบกึ่งหยาบ มีลายทอเล็กๆบนเนื้อผ้า จึงทำให้เสื้อดูมีมิติ เมื่อสัมผัสจะรู้สึกแน่นแต่ไม่แข็ง และหลังซักไปประมาณ 1–2 ครั้ง เนื้อผ้าจะช่วยให้ผ้านุ่มใส่สบาย
เหมาะกับอากาศเมืองไทยหรือไม่?
ผ้าชนิดนี้เหมาะกับอากาศของเมืองไทยมาก เพราะลายทอของผ้าทำให้มีการระบายอากาศที่ดี ช่วยซับเหงื่อจากความร้อนอับชื้น แถมไม่หนาจนทำให้รู้สึกร้อน จึงเป็นอีกเหตุผลที่หลายองค์กรเลือกใช้ผลิตเสื้อเชิ้ตพนักงานด้วยผ้าอ็อกซ์ฟอร์ด
เคลียร์ให้ชัด! ผ้าอ็อกซ์ฟอร์ด กันน้ำได้จริงไหม?
คำตอบคือขึ้นอยู่กับประเภทของผ้า หากเป็นผ้าอ็อกซ์ฟอร์ดที่ใช้สำหรับผลิตเสื้อผ้า จะไม่ได้ถูกออกแบบมาให้กันน้ำ เพราะต้องเน้นที่ความนุ่มสบายของเนื้อผ้า รวมถึงการระบายอากาศที่ดีเพื่อลดการสะสมความร้อนในตัวเสื้อ
ส่วนผ้าอ็อกซ์ฟอร์ดที่ใช้ผลิตกระเป๋า เต็นท์ หรือผ้าคลุมรถ จะเป็นผ้าที่ใช้เส้นด้ายขนาดใหญ่ เช่น 210D, 420D หรือ 600D และผ่านการเคลือบ พียู (PU Coating) หรือ ผ้าเคลือบพีวีซี (PVC Coating) ที่เพิ่มคุณสมบัติในการกันน้ำ
ดังนั้น หากมีคนถามว่า ผ้าอ็อกซ์ฟอร์ดกันน้ำไหม คำตอบที่ถูกต้องคือ ต้องดูว่าเป็นผ้าสำหรับงานเสื้อผ้า หรือผ้าสำหรับใช้งานกลางแจ้ง เพราะทั้งสองประเภทมีคุณสมบัติ และการใช้งานที่แตกต่างกันอย่างมาก
ข้อดี-ข้อเสียของผ้าอ็อกซ์ฟอร์ด (Oxford) สำหรับเสื้อเชิ้ตและยูนิฟอร์ม
ข้อดีที่คุณต้องเลิฟ
ทนทานสูง
ผ้าอ็อกซ์ฟอร์ด มีโครงสร้างการทอแบบบาสเก็ตวีฟ (Basket Weave) ที่แข็งแรงกว่าการทอผ้าแบบทั่วไป จึงทำให้เนื้อผ้าทนต่อการใช้งานเป็นประจำ ช่วยลดโอกาสขาด หรือเสียรูปจากการซัก จึงเหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการผลิตยูนิฟอร์มพนักงาน ที่ต้องสวมใส่ทุกวัน แถมยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนเสื้อใหม่อีกด้วย
ระบายอากาศได้ดี
แม้โครงสร้างของผ้าอ็อกซ์ฟอร์ดจะค่อนข้างแน่น แต่ตัวผ้ายังคงระบายอากาศได้ดีอยู่ พร้อมความสามารถในการซับเหงื่อ และการถ่ายเทความร้อน จึงเหมาะกับสภาพอากาศของประเทศไทย ทำให้ผู้ใส่รู้สึกสบาย ไม่ร้อนหรืออับชื้น
ดูแลง่าย รีดง่าย และยับยาก
เมื่อเทียบกับผ้าฝ้าย (Cotton) 100% ผ้าอ็อกซ์ฟอร์ดจะยับได้ยากกว่า เนื่องจากมีส่วนผสมของผ้าโพลีเอสเตอร์ (Polyester) ที่ช่วยให้ผ้าคงรูปได้ดี รีดง่าย เมื่อนำไปใช้เป็นเสื้อยูนิฟอร์มที่ต้องใส่ทุกวัน จึงช่วยให้ดูแลรักษาได้สะดวก
ภาพลักษณ์ดูดี
ด้วยเทคนิคการทอแบบพิเศษ จึงทำให้ผ้าอ็อกซ์ฟอร์ดมีพื้นผิวที่มีลวดลายเล็กๆ ซึ่งช่วยให้เสื้อมีมิติ และทำให้ลุคดูทันสมัย จึงได้รับความนิยมในกลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบการแต่งตัวสไตล์ Smart Casual
อยู่ทรงและดูสุภาพ
เสื้อเชิ้ตผ้าอ็อกซ์ฟอร์ดสามารถคงรูปได้ดี แม้จะสวมใส่ต่อเนื่องหลายชั่วโมงก็ยังดูเรียบร้อย ไม่ยับง่ายเหมือนผ้าบางชนิด จึงช่วยเสริมบุคลิกให้ดูสุภาพ น่าเชื่อถือ และเหมาะกับการพบลูกค้า ประชุม หรือออกงานต่าง ๆ
ใช้งานได้หลากหลายโอกาส
นอกจากผ้าชนิดนี้จะเหมาะสำหรับการทำเสื้อเชิ้ตพนักงานบริษัทและยูนิฟอร์มพนักงานแล้ว เสื้อเชิ้ตผ้าจากผ้าอ็อกซ์ฟอร์ดยังสามารถนำมาใส่ในชีวิตประจำวันได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการไปคาเฟ่ ท่องเที่ยวในวันสบายๆ จึงทำให้เสื้อจากผ้าชนิดนี้ใช้งานได้คุ้มค่า และหยิบมาใส่ได้บ่อยๆ
ข้อเสียที่ต้องพิจารณา
ช่วงแรกเนื้อผ้าอาจรู้สึกแข็งเล็กน้อย
เสื้อที่ผลิตจากผ้าอ็อกซ์ฟอร์ด ช่วงแรกอาจให้สัมผัสที่ค่อนข้างแน่น และแข็งกว่าผ้าคอตตอน ซึ่งเป็นลักษณะปกติของผ้าชนิดนี้เนื่องจากโครงสร้างการทอ แต่หลังจากที่ซักได้ประมาณ 1–2 ครั้ง เส้นใยของเนื้อผ้าจะเริ่มคลายตัว ทำให้ผ้านุ่มขึ้น และสวมใส่สบายกว่าเดิม
ไม่เหมาะกับงานพิธีการที่เป็นทางการมากๆ
ถึงแม้ว่าผ้าอ็อกซ์ฟอร์ดจะทำให้เสื้อที่ผลิตมีลุคที่สุภาพและดูดี แต่ด้วยลายทอที่เป็นเอกลักษณ์ของผ้าชนิดนี้ ที่ทำให้มีลายตารางเล็กๆ จึงไม่ค่อยเหมาะกับงานพิธีการที่ต้องการความเป็นทางการมากๆ เมื่อเทียบกับผ้าที่มีผิวเรียบ หรือมีความเงา
ดังนั้นถ้าต้องใช้งานสำหรับงานทางการ เช่น งานเลี้ยงแบบ Black Tie หรือพิธีสำคัญ อาจเลือกผ้าประเภทป๊อปลิน (Poplin) หรือบรอดคลอธ (Broadcloth) จะเหมาะสมกว่า
ผ้าอ็อกซ์ฟอร์ด เหมาะกับเสื้อประเภทใด?
เสื้อเชิ้ตทำงาน (Work Shirt)
แน่นอนว่า ผ้าอ็อกซ์ฟอร์ดเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับใช้ทำเสื้อเชิ้ตทำงาน เพราะให้ลุคที่ดูสุภาพ แต่ยังคงความลำลองไว้ได้อยู่ จึงสามารถใช้ได้ในหลายๆโอกาส พร้อมด้วยเนื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี ใส่สบายตลอดวัน

เสื้อเชิ้ตพนักงานบริษัทและเสื้อยูนิฟอร์มองค์กร
สำหรับเสื้อเชิ้ตพนักงานบริษัท และยูนิฟอร์มพนักงาน ผ้าอ็อกซ์ฟอร์ดก็ถือเป็นหนึ่งในเนื้อผ้าที่ได้รับความนิยม เพราะมีความแข็งแรง ทนต่อการซักบ่อย ทำให้ใช้ได้นาน เมื่อนำมาปักคู่กับโลโก้บริษัทก็ช่วยเสริมภาพลักษณ์องค์กรให้มืออาชีพ
เสื้อแฟชั่น Smart Casual
ด้วยลายทอที่แตกต่างของผ้าชนิดนี้ ทำให้ผ้าอ็อกซ์ฟอร์ดเหมาะกับเสื้อสไตล์ Smart Casual ที่สามารถใส่ได้ทั้งวันทำงานและวันพักผ่อน แมตช์กับกางเกงสแลคหรือกางเกงยีนส์ก็ให้ลุคที่ดูเรียบง่าย และทันสมัย
เสื้อโอเวอร์ไซส์ (Oversized Shirt) และเสื้อแฟชั่น
นอกจากนี้ หลายแบรนด์นิยมนำผ้าอ็อกซ์ฟอร์ดมาตัดเย็บเป็นเสื้อโอเวอร์ไซส์ (Oversized Shirt) เพราะเนื้อผ้าช่วยให้เสื้ออยู่ทรง ดูมีมิติและทิ้งตัวสวย เหมาะกับการแต่งตัวสไตล์มินิมอล สตรีท หรือแฟชั่นเกาหลีที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน
สั่งทำเสื้อเชิ้ตพนักงานผ้าอ็อกซ์ฟอร์ดสุดเนี้ยบกับ "สมศรีมีเสื้อ"
ถ้าหากกำลังมองหาโรงงานผลิตเสื้อเชิ้ตพนักงานบริษัท หรือยูนิฟอร์มพนักงาน ที่ใส่สบาย พร้อมลุคที่ทันสมัย ด้วยผ้าอ็อกซ์ฟอร์ด (Oxford) ที่ สมศรีมีเสื้อ มีผ้าอ็อกซ์ฟอร์ดเกรดพรีเมียมหลากหลายสี ที่พร้อมผลิตเสื้อให้กับองค์กร
โดยทางทีมพร้อมให้คำแนะนำตั้งแต่การเลือกชนิดผ้า สี ไปจนถึงงานปัก งานสกรีน ที่เหมาะสมกับงบของแต่ละบริษัท โดยสามารถติดต่อทีมงานเพื่อรับคำปรึกษาก่อนได้ที่ สมศรีมีเสื้อ หรือแอดไลน์ของสมศรีมีเสื้อเพื่อขอใบเสนอราคา
ติดต่อฝ่ายขาย:
- ฝ่ายขาย 1 : 064-242-4241
- ฝ่ายขาย 2 : 082-429-1654
- ฝ่ายขาย 3 : 064-226-4659
- ฝ่ายขาย 4 : 095-569-5946
FAQ (คำถามที่พบบ่อย)
Q: ผ้าอ็อกซ์ฟอร์ดที่นำมาทำเสื้อเชิ้ตพนักงาน ซักแล้วจะหดหรือสีตกไหม?
A: ที่สมศรีมีเสื้อเลือกใช้ผ้าอ็อกซ์ฟอร์ดเกรดสูง ที่มีการผสมเส้นใยคอตตอน และเส้นใยโพลีเอสเตอร์ในสัดส่วนที่เหมาะสม จึงช่วยลดโอกาสเกิดการหดตัว และสีตกหลังการซักได้ พร้อมทั้งช่วยคงรูปทรงของเสื้อ ไม่ให้เสียทรงง่าย เพื่อให้ใช้งานได้ยาวนานขึ้น
Q: รหัส 600D ของผ้าอ็อกซ์ฟอร์ดคืออะไร เอามาทำเสื้อเชิ้ตได้ไหม?
A: ไม่แนะนำครับ เพราะผ้าอ็อกซ์ฟอร์ด 600D เป็นผ้าที่ออกแบบมาสำหรับงานที่ต้องการความแข็งแรงเป็นพิเศษ เช่น กระเป๋า เป้ หรือเต็นท์ ทำให้เนื้อผ้าค่อนข้างหนา และแข็ง ไม่เหมาะกับการนำมาตัดเย็บเป็นเสื้อเชิ้ต โดยตัวเลข D (Denier) คือหน่วยที่ใช้บอกความหนาของเส้นด้าย ยิ่งตัวเลขสูง ผ้าก็จะยิ่งหนา และมีความทนทานมากขึ้น
Q: เสื้อเชิ้ตผ้าอ็อกซ์ฟอร์ด เหมาะกับงานปักหรือสกรีนโลโก้มากกว่ากัน?
A: สำหรับผ้าอ็อกซ์ฟอร์ด ถ้าลูกค้าต้องการเสื้อดูมืออาชีพ ทางทีมจะแนะนำให้ใช้งานปักคอมพิวเตอร์ (Computer Embroidery) เพราะวิธีนี้ช่วยให้โลโก้ดูโดดเด่น และมีอายุการใช้งานยาวนาน แต่หากต้องการลุคที่มีความเป็นแฟชั่น หรือตัวแบบสกรีนเป็นงานกราฟิกขนาดใหญ่ ก็สามารถเลือกการสกรีนได้เช่นกัน