วิธีเลือกผ้า สำหรับทำเสื้อแบรนด์ตัวเองปี 2025 (ฉบับมือใหม่)

วิธีเลือกผ้าสำหรับทำเสื้อแบรนด์ตัวเอง (มือใหม่รู้เรื่องผ้า)

การเริ่มต้นทำแบรนด์เสื้อผ้า มีเรื่องที่ต้องตัดสินใจหลายอย่าง และสิ่งที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งคือ วิธีเลือกผ้า หาผ้าที่เหมาะสม ผ้าที่เลือกในการนำมาทำแบรนด์ จะเป็นตัวบ่งชี้คุณภาพของแบรนด์เสื้อผ้า ความรู้สึกในการสวมใส่ และการใช้งานของเสื้อผ้า ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความพึงพอใจของลูกค้าและการรับรู้ของแบรนด์

ทำไมต้องเลือกผ้าให้เหมาะสมกับแบรนด์ตัวเอง

เอกลักษณ์และการวางตำแหน่ง (Positioning) ของแบรนด์ในตลาด – เนื้อผ้าสะท้อนถึงคุณภาพและคุณค่าของแบรนด์ แบรนด์หรูหราให้ความสำคัญกับวัสดุระดับพรีเมียม ในขณะที่แบรนด์เสื้อผ้าลำลองอาจเน้นที่ความสบาย สวมใส่ง่ายและความทนทาน

ความพึงพอใจของลูกค้า – ผ้าที่เหมาะสมจะช่วยให้เกิดความสะดวกสบาย อายุการใช้งานยาวนาน และประสิทธิภาพการทำงาน ส่งผลให้ลูกค้ามีความพึงพอใจ มีการบอกต่อ และซื้อซ้ำมากขึ้น

วัตถุประสงค์และฟังก์ชั่นการใช้งานของเสื้อผ้า – ผ้าแต่ละชนิดมีคุณลักษณะที่แตกต่างกัน เสื้อผ้าสำหรับออกกำลังกายต้องมีคุณสมบัติในการดูดซับความชื้น ในขณะที่เสื้อผ้าสำหรับทางการ ต้องมีคุณสมบัติเชิงโครงสร้าง และความสวยงาม

ต้นทุนและกำไร – การเลือกผ้าที่เหมาะสมสามารถช่วยรักษาสมดุลระหว่างต้นทุนและคุณภาพ ช่วยให้มั่นใจถึงผลกำไรโดยไม่กระทบต่อความคาดหวังของลูกค้า

การทำแบรนด์เสื้อตัวเอง สิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่ง คือ วิธีเลือกผ้า หาผ้าให้เหมาะสมกับแบรนด์

ประเภทของผ้าที่นิยมใช้ในการทำเสื้อผ้า วิธีเลือกผ้า หาผ้าให้เหมาะกับแบรนด์

การทำความเข้าใจเนื้อผ้า ประเภทผ้าที่แตกต่างกัน จะช่วยให้เจ้าของแบรนด์สามารถตัดสินใจได้ว่า ผ้าประเภทใดเหมาะกับแบรนด์เสื้อผ้าของคุณมากที่สุด ต่อไปนี้เป็นประเภทของผ้าที่นิยมใช้กันทั่วไป

ผ้า Cotton Comb

ผ้า Cotton Comb เป็นผ้าฝ้ายคุณภาพสูงที่ผ่านการหวีเพื่อกำจัดเส้นด้ายสั้น ทำให้ได้ผ้าฝ้ายเส้นด้ายยาว ทำให้ได้ผ้าฝ้ายคุณภาพสูงที่มีเนื้อสัมผัสที่ละเอียดอ่อน ขึ้นขุยน้อยลง และมีความทนทานมากขึ้น

  • ให้ความรู้สึกอย่างไร: เสื้อผ้าที่ทำมาจากผ้า Cotton Comb จะให้ความรู้สึกที่นุ่ม สบายกับผู้สวมใส่ เนื้อผ้า Cotton Comb ระบายอากาศได้ดี ใส่แล้วไม่ร้อน
  • เหมาะกับงานแบบไหน: ผ้า Cotton Comb เหมาะกับงานเสื้อผ้า เสื้อยืดพรีเมี่ยม เสื้อผ้าเด็ก และเสื้อผ้าลำลองที่ต้องการน้ำหนักเบาและสบาย

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ผ้า Cotton เพื่อทำความเข้าใจอย่างละเอียด

ผ้า Cotton Semi

ผ้า Cotton Semi เป็นฝ้ายเกรดต่ำกว่าผ้า Cotton Comb ซึ่งเนื้อผ้าประกอบด้วยด้ายเส้นใยสั้นและด้ายเส้นใยยาวผสมกัน ทำให้มีความเรียบน้อยกว่าผ้า Cotton Comb เล็กน้อยแต่ยังคงความสบายในการสวมใส่ เป็นทางเลือกคุ้มค่าแทนผ้า Cotton Comb แต่ยังคงความสบายไว้

  • ให้ความรู้สึกอย่างไร: ในการสวมใส่ผ้า Cotton Semi ให้ความรู้สึกหยาบของเนื้อผ้า มากกว่าผ้า Cotton Comb เล็กน้อยแต่ยังคงความนุ่มและระบายอากาศได้ดี
  • เหมาะกับงานแบบไหน: เสื้อผ้าลำลองราคาย่อมเยาว์ และเสื้อยืดเพื่อการส่งเสริมการขาย

ผ้า Cotton Comb 20

ผ้า Cotton Comb 20 คือผ้า Cotton Comb หรือผ้าคอตตอนที่ผ่านกระบวนการผลิต โดยการใช้เครื่องจักรที่ทันสมัยช่วยในการหวีเส้นใย เส้นใยสั้นและสิ่งสกปรกจะถูกกำจัดออกระหว่างการแปรรูป เหลือไว้เพียงเส้นใยยาวเรียบเท่านั้น เส้นใยที่ได้จะมีคุณภาพมากที่สุด ผ้าที่ได้ มีเส้นด้ายที่ยาว ทำให้ได้ผ้าที่มีเนื้อดี มีความนุ่ม ทนทาน และไม่ขาดง่าย โดยใช้เส้นด้ายเบอร์ 20 ที่มีความหนา ทำให้ผ้า Cottion Comb 20 เป็นผ้าฝ้ายที่มีเส้นด้ายจะค่อนข้างหนา ด้ายมีความยาว ทำให้เส้นด้ายแข็งแรงและใช้งานได้ยาวนาน

  • ให้ความรู้สึกอย่างไร: ในการสวมใส่ผ้า Cotton Comb 20 จะสัมผัสได้ถึงความหนาของเนื้อผ้า มีโครงสร้างแน่น และหนักกว่าผ้าฝ้ายชนิดอื่นเล็กน้อย
  • เหมาะกับงานแบบไหน: เหมาะสำหรับผลิตเสื้อแนวสตรีทวัยรุ่น หรือเสื้อ oversize

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ผ้า Cotton Comb 20 เพื่อทำความเข้าใจอย่างละเอียด

เสื้อ Oversized ส่วนมากจะผลิตจาก ผ้า Cotton Comb 20

ผ้า Dry Tech

ผ้า Dry Tech เป็นผ้าประสิทธิภาพสูงที่ออกแบบมาเพื่อดูดซับความชื้น ทำให้ผู้สวมใส่แห้งสบาย โดยทั่วไปแล้วผ้า Dry Tech ผลิตจากเส้นใยสังเคราะห์ผสม เช่น โพลีเอสเตอร์ ซึ่งออกแบบมาให้ระบายอากาศได้ดีและแห้งเร็ว

  • ให้ความรู้สึกอย่างไร: น้ำหนักเบาและสบาย  ให้ความรู้สึกนุ่มและเบา ช่วยให้รู้สึกสบายตัวสูงสุดตลอดทั้งวัน ผ้า Dry Tech สามารถแห้งได้ไว ทำให้เหมาะสำหรับการสวมใส่ตลอดทั้งวัน ผ้า Dry tech ไม่ยับ ช่วยคงรูปลักษณ์ที่เรียบเนียนและดูเป็นมืออาชีพได้ตลอดทั้งวัน
  • เหมาะกับงานแบบไหน: ผ้า Dry Tech เหมาะกับการผลิตเสื้อ Polo เนื่องจากเหมาะกับสภาพการทำงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าลำลองสำหรับองค์กรและธุรกิจ, กีฬาและกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น กอล์ฟและเทนนิส หรือกีฬาอื่ืน ๆ ที่เหงื่อออกมากเป็นพิเศษ, ร้านอาหารและงานต้อนรับ, ร้านค้าปลีกและบริการลูกค้า

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ผ้า Dry Tech เพื่อทำความเข้าใจอย่างละเอียด

ผ้า supersoft

ผ้า supersoft เป็นการนำผ้าฝ้ายไปพัฒนาเพื่อให้มีคุณสมบัติดียิ่งขึ้น โดยผ้าชนิดนี้ จะผลิตด้วยเทคนิคพิเศษที่เรียกว่า Micro Brushing (แปรงบนผิวผ้า) เป็นการขัดหน้าผิวด้วยวัสดุเดียวกับการเจียระไนเพชร เป็นผ้าฝ้ายชนิดหนึ่งที่ขึ้นชื่อในเรื่องความนุ่มสบายเมื่อสัมผัสผิว 

  • ให้ความรู้สึกอย่างไร: ผ้า Supersoft มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ในเรื่องของความอ่อนนุ่มมาก ยืดหยุ่นดี และอ่อนโยนต่อผิว
  • เหมาะกับงานแบบไหน: ผ้า supersoft  มักถูกนำไปใช้ทำเสื้อยืด ผ้าปูที่นอน และเสื้อผ้าเด็ก เนื่องจากมีความนุ่มและทนทาน ระบายอากาศได้ดี จึงเหมาะสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ผ้า Supersoft เพื่อทำความเข้าใจอย่างละเอียด

ผ้า TC และ ผ้า TK

ผ้า TC คือผ้าโพลีเอสเตอร์ หรือผ้าใยสังเคราะห์ มีความยืดหยุ่น ป้องกันรอยยับได้ดี มีราคาถูกกว่าผ้าชนิดอื่น ๆ 

ผ้า TK เป็นการผสมผสานระหว่างผ้าโพลีเอสเตอร์ และผ้าฝ้าย ให้ความสมดุลระหว่างความทนทานและความสบาย ทนทานต่อรอยยับและการหดตัวจึงดูแลรักษาง่าย 

  • ให้ความรู้สึกอย่างไร: การสวมใส่ผ้าชนิดนี้ จะให้ความรู้สึกสังเคราะห์เล็กน้อย พร้อมผิวผ้าเรียบและทนทาน
  • เหมาะกับงานแบบไหน:  ผ้า TC และผ้า TK เหมาะกับชุดทำงาน ชุดยูนิฟอร์ม และเสื้อผ้าราคาประหยัด
  • ผ้า TC Lacoste

ผ้า TC Lacoste เป็นผ้าผสมโพลีเอสเตอร์และคอตตอน ที่มีเนื้อผ้าถักลายปิเก้ นิยมใช้ทำเสื้อโปโล โครงสร้างผ้าถักปิเก้สร้างลวดลายนูนคล้ายตาข่าย ช่วยให้ระบายอากาศได้ดีและทนทาน

  • ให้ความรู้สึกอย่างไร: TC Lacoste เป็นผ้าที่มีลักษณะเป็นโครงสร้าง ทำให้ระบายอากาศได้ดี  ลดความอึดอัดจากเหงื่อและความร้อน เนื้อผ้ามีความหยาบเล็กน้อย
  • เหมาะกับงานแบบไหน: TC Lacoste เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับเสื้อโปโลเนื่องจากมีลักษณะเป็นโครงสร้างแต่ระบายอากาศได้ดี เนื้อผ้าระบายอากาศได้ดี ลดความอึดอัดจากเหงื่อและความร้อน เนื้อผ้าหยาบเล็กน้อยช่วยเพิ่มความทนทาน ทำให้ไม่ขึ้นขุยและสึกหรอ เนื้อผ้าคงรูปได้ดีแม้จะซักหลายครั้ง จึงเหมาะสำหรับใส่เป็นชุดยูนิฟอร์มและสวมใส่ในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ TC Lacoste ยังรักษาสีได้ดี ทำให้เสื้อผ้ายังคงสดใสตลอดเวลา หากแบรนด์ของคุณเน้นที่เสื้อผ้าที่เป็นมืออาชีพ มีสไตล์ และใช้งานได้จริง TC Lacoste ถือเป็นตัวเลือกที่ค่อนข้างดี

วิธีเลือกผ้า และปัจจัยที่ควรพิจารณาในการเลือกผ้า (Factors to Consider When Selecting Fabrics)

การเลือกผ้าที่เหมาะสมสำหรับแบรนด์เสื้อผ้าของคุณ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับรูปลักษณ์ภายนอกหรือราคาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความทนทาน ความสบาย และประสบการณ์การสวมใส่ของลูกค้าด้วย ปัจจัยสำคัญที่ควรพิจารณามีดังนี้

องค์ประกอบและคุณภาพของผ้า

องค์ประกอบของผ้า (ผ้าฝ้าย โพลีเอสเตอร์ ผ้าผสม ฯลฯ) ส่งผลต่อเนื้อผ้า การระบายอากาศ และความทนทาน ผ้าคุณภาพสูงทำให้เสื้อผ้ามีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น ลดปัญหาการสึกหรอ 

แบรนด์ที่มุ่งเป้าไปที่ตลาดพรีเมียมควรให้ความสำคัญกับผ้าฝ้าย Cotton Comb หรือวัสดุอื่น ๆ ที่ใกล้เคียง ในขณะที่แบรนด์ตลาดแมส ราคาย่อมเยาว์อาจเลือกใช้ผ้าผสมเพราะราคาไม่แพง

วิธีเลือกผ้าที่ดีต้องดูปัจจัยความทนทานและการบำรุงรักษา

แบรนด์เสื้อผ้าของเรา ควรทนต่อการซักซ้ำ การสวมใส่บ่อยครั้ง และการสัมผัสกับสิ่งแวดล้อมที่ผู้สวมใส่พบเจอ โดยไม่สูญเสียคุณภาพ พิจารณาตามปัจจัยต่อไปนี้

  • การหดตัว ทดสอบว่าผ้าจะหดตัวอย่างมากหลังซักหรือไม่
  • ความต้านทานต่อการเป็นขุย ดูว่าเส้นใยของผ้าจะจับตัวเป็นก้อนเล็กๆ (เป็นขุย) เมื่อใส่ไปในช่วงระยะเวลานึงหรือไม่
  • การซีดจาง สีจะยังคงสดใสหลังจากซักหลายครั้งหรือไม่
  • ความต้านทานรอยยับ – หากเสื้อผ้าของแบรนด์ เป็นชุดทำงานหรือชุดยูนิฟอร์ม การเลือกผ้าที่ทนทานและไม่ยับ (เช่น TC Lacoste) ถือเป็นสิ่งสำคัญ หากแบรนด์เป็นเสื้อผ้าลำลอง เสื้อผ้าที่ไม่ค่อยยับ คือเส้นใยธรรมชาติ เช่น ผ้าฝ้าย ผ้าฝ้ายให้ความสบายในการสวมใส่ แต่ต้องดูแลเป็นพิเศษ

ความสบายและความรู้สึกในการสวมใส่

เนื้อผ้าต้องสอดคล้องกับภาพลักษณ์ของแบรนด์ ตัวอย่างเช่น แบรนด์ชุดลำลองระดับไฮเอนด์ ควรให้ความสำคัญกับวัสดุที่นุ่มเป็นพิเศษ และมียืดหยุ่น เช่น ผ้า Supersoft 

หรือหากแบรนด์เสื้อผ้าของคุณ เป็นแบรนด์ชุดออกกำลังกายควรเน้นที่เนื้อผ้า Dry Tech ที่มีคุณสมบัติในการดูดซับความชื้นและระบายอากาศได้ดี

ต้นทุนและความพร้อมจำหน่ายของเนื้อผ้า

งบประมาณมีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับแบรนด์ใหม่ ผ้าคุณภาพสูงมีราคาแพงกว่า แต่เพิ่มมูลค่าให้กับเสื้อผ้าของคุณ นอกจากนี้ ความพร้อมจำหน่ายของผ้าก็มีความสำคัญเช่นกัน หากชนิดผ้าที่เลือกใช้หาได้ยาก การผลิตอาจล่าช้าได้ ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าสามารถหาผ้าชนิดนี้ได้อย่างสม่ำเสมอจากซัพพลายเออร์ที่เชื่อถือได้

ความยั่งยืนและแหล่งที่มาของผ้า ที่ถูกต้องตามจริยธรรม

หากแบรนด์ของคุณ คำนึงถึงความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ให้เลือกผ้าที่ยั่งยืน เช่น ผ้าฝ้ายออร์แกนิก ไม้ไผ่ หรือโพลีเอสเตอร์รีไซเคิล ตรวจสอบแหล่งที่มาของผ้านั้นว่าผ่านมาตรฐานความยั่งยืน เช่น GOTS (มาตรฐานสิ่งทอออร์แกนิกระดับโลก) หรือ OEKO-TEX ผ้าที่มาจากแหล่งที่ถูกต้องตามจริยธรรม ช่วยเรื่องชื่อเสียงของแบรนด์และ ดึงดูดผู้บริโภคที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมมาเป็นลูกค้าให้กับแแบรนด์ได้ 

หลังจากผ่านการเลือกผ้า ก็ต้องผ่านการทดสอบคุณภาพผ้าก่อนการผลิต

ก่อนเริ่มการผลิตล็อตใหญ่ จำเป็นต้องทดสอบตัวอย่างผ้าเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในภายหลัง โดยสามารถทดสอบได้ด้วยวิธีต่าง ๆ ดังนี้

การทดสอบการหดตัว – ซักผ้าตัวอย่างเพื่อดูว่าหดตัวมากเกินไปหรือไม่

การทดสอบการเป็นขุย – ถูผ้าเพื่อตรวจดูว่ามีใยผ้าเกาะอยู่บนพื้นผิวหรือไม่

การทดสอบความคงทนของสี – ซักและตากแดดเพื่อให้แน่ใจว่าสีจะไม่ซีดจาง

การทดสอบการยืดและการคืนตัว – ยืดผ้าและดูว่าผ้าจะกลับคืนสู่รูปร่างเดิมหรือไม่

การทดสอบการระบายอากาศและการดูดซับความชื้น – ตรวจสอบว่าผ้าจัดการสามารถดูดซับเหงื่อได้มากน้อยแค่ไหนและมีการหมุนเวียนของอากาศได้ดีหรือไม่

ทำแบรนด์เสื้อตัวเองกับสมศรีมีเสื้อ

“สมศรีมีเสื้อ” ผู้เชี่ยวชาญรับผลิตและสกรีนเสื้อ เสื้อโปโล ยูนิฟอร์ม เสื้อกีฬา เสื้อองค์กร ปัก สกรีนโลโก้ ตกแต่ง ออกแบบเสื้อได้ตามต้องการ ทำเสื้อทุกรูปแบบทุกประเภทให้คุณได้เลือกสรร เราใส่ใจตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ เพื่อให้ผลงานออกมาสวยงามตรงใจลูกค้า และเรายังมีเทคนิคการสกรีนที่หลากหลาย

สั่งเสื้อกับสมศรีมีเสื้อ มีขั้นตอนดังนี้

  1. แจ้งความต้องการ ส่งแบบเสื้อ ลายสกรีน โลโก้และสีที่ต้องการ 
  2. สมศรีส่งใบเสนอราคา
  3. ลูกค้ามัดจำ
  4. ทีมกราฟฟิคดราฟแบบ และส่งตัวอย่างให้ตรวจสอบ
  5. หลังจากลูกค้าอนุมัติแบบ ใช้เวลาผลิตไม่เกิน 15 วัน
แชร์โพสต์นี้